2005/Apr/18

จะเอาธรรมกายของพระพุทธเจ้า หรือธรรมกายแบบไหน
 ก็มีเสรีภาพเลือกได้ แต่ขอให้บอกไปตามตรง
เรื่องธรรมกายที่มีความหมายแตกต่างกัน เป็นเรื่องสัมพันธ์กับกาลเวลาที่ต่างยุคต่างสมัย จึงไม่มีอะไร
จะสับสน เรื่องธรรม-  กายในมหายานเขาก็มีชัดของเขาอยู่แล้ว และถ้าต้องการรู้ว่าต่างกับเถรวาทอย่างไรก็ไม่
ต้องไปเที่ยวหาให้ยาก จะศึกษาหาอ่านเมื่อไรก็หาได้ 
มหายานเขาก็ยอมรับอยู่ว่า คำสอนเรื่องธรรมกายนั้นเขาพัฒนากันขึ้นมาหลังพุทธกาลหลายร้อยปี 
และของมหายานนั้นธรรมกายเป็นส่วนหนึ่งของหลักตรีกาย ที่ถือว่าพระพุทธเจ้าทรงมี            3 กาย คือ 
ธรรมกาย สัมโภคกาย และนิรมาณกาย 
ทางเถรวาทเรามีข้อความในพระไตรปิฎกที่กล่าวถึงธรรมกายอยู่บ้าง ซึ่งมีความหมายชัดเจนอยู่แล้ว 
ความต่างระหว่างธรรมกายที่เป็นความหมายเดิมของพระไตรปิฎกบาลี กับธรรมกายที่มหายานพัฒนาขึ้นมา ก็
ศึกษากันได้ง่าย 
แต่เวลานี้ยังมีธรรมกายของมหายาน กับธรรมกายของวัดพระธรรมกาย ซึ่งมีความหมายไม่เหมือนกัน 
อันนี้จะต้องมาศึกษากันใหม่ คือกลายเป็นเรื่องว่า จะต้องศึกษาความแตกต่างระหว่างธรรมกายของมหายานซึ่ง
เป็นกายหนึ่งในสามของตรีกาย กับธรรมกายของวัดพระธรรมกายซึ่งทางมหายานเขายังไม่เคยได้ยิน และทางวัด
พระธรรมกายเองยังไม่ได้พูดถึงอีก 2 กาย คือ สัมโภคกาย และนิรมาณกาย จึงควรแสดงเหตุผลแก่ทางฝ่าย
มหายานว่า เหตุใดจึงไม่มีอีก 2 กายนั้น ส่วนทางเถรวาทนี้ชัดเจนอยู่แล้ว ไม่ต้องเถียงกับใคร เพราะไม่ได้ถือ
ธรรมกายเป็นเรื่องใหญ่โตอะไร 
ตรีกายนั้นเป็นหลักของฝ่ายมหายาน เท่าที่ทราบก็ว่าพัฒนากันขึ้นในพุทธศาสนานิกายสรวาสติวาทิน 
หรือสรวาสติวาทะที่ได้สูญไปแล้ว แล้วมหายานก็พัฒนาต่อมา ซึ่งเป็นเรื่องของผู้ศึกษาพุทธศาสนามหายานเอง 
ไม่ใช่เรื่องที่ทางเถรวาทจะไปพูดว่าอะไร   เพราะปราชญ์มหายานก็ยอมรับอยู่เองว่าเรื่องตรีกายนั้นเกิดหลัง
พุทธกาลตั้งหลายศตวรรษอย่างที่กล่าวแล้วว่า มหายานรับช่วงพัฒนาต่อจากนิกายสรวาสติวาทะ ซึ่งเวลานี้ว่า
อย่างไร ก็หาคำอธิบายได้ไม่ยาก ต่อมาพอถึงพุทธศาสนาแบบตันตระ ธรรมกายก็มาเป็นอาทิพุทธะ คือเป็นพระ
พุทธเจ้าองค์ต้น ซึ่งน่าสงสัยว่าจะเป็นที่มาของลัทธิต้นธาตุต้นธรรมหรือไม่
ปัจจุบันนี้ องค์ทะไลลามะนั้น ทางพุทธศาสนาแบบทิเบตถือว่าเป็นนิรมาณกายของพระโพธิสัตว์อวโลกิ
เตศวร พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเองก็เป็นเรื่องสมัยหลังพุทธกาลมากมายหลายศตวรรษ เรื่องอย่างนี้นักปราชญ์
ศึกษากันมาเพียงพอแล้ว เพียงแต่เรารู้ว่าเป็นคำสอนของมหายานที่เกิดขึ้นทีหลัง ส่วนในทางพุทธศาสนาเถรวาท
นั้น เรามุ่งที่คำสอนเดิมแท้ของพระพุทธเจ้า
คำว่าธรรมกายก็เป็นคำที่มีอยู่เดิม ทางมหายานนั่นแหละที่จะต้องมาศึกษาว่า หลักคำสอนเรื่องตรีกาย
ของตนซึ่งรวมทั้งเรื่องธรรมกายนั้น ได้พัฒนาขยายความหมายขึ้นมาจากธรรมกายในพุทธศาสนาดั้งเดิมที่มีใน
พระไตรปิฎกบาลีของเถรวาทอย่างไร   เพื่อจะหาความหมายเดิมแท้ ๆ การที่จะเอาคำสอนเรื่องธรรมกายของ
มหายานที่เกิดขึ้นภายหลังตั้งหลายศตวรรษ มาปะปนกับความหมายเดิมนั้นไม่ถูกต้อง มีแต่จะทำให้วุ่นวายสับ
สนกันใหญ่
ขอย้ำว่า คำสอนธรรมกายของมหายาน กับคำสอนธรรมกายของวัดพระธรรมกายนั้น ต่างกันมากมาย
ยิ่งกว่าธรรมกายมหายานต่างจากธรรมกายเดิมของพระพุทธเจ้า 
เรื่องวิชชาธรรมกายปัจจุบันของสำนักวัดพระธรรมกายนั้น ก็ควรจะกล่าวลงไปตรงๆ ไม่ต้องไปบอกว่า
พระพุทธเจ้าค้นพบ หรือทรงสอนไว้แล้วหายไปจนต้องมีการค้นพบใหม่ ก็พูดไปตรงๆ         ว่า อาจารย์ของสำนัก
ท่านได้จัดวางของท่าน และได้สอนขึ้นมาในความหมายของท่าน เรื่องก็เท่านั้นเอง เพราะว่าธรรมกายที่ว่านี้ ก็ไม่
ได้มีความหมายตรงกับธรรมกายเดิมในพระไตรปิฎก หรือแม้แต่ธรรมกายของมหายาน ที่เขาได้พัฒนาขึ้นมาใน
ยุคหลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพพานไปหลายร้อยปี ควรจะมีความแจ่มชัดดังที่กล่าวมาแล้ว