2005/Apr/18

ถ้าตีรวนพระไตรปิฎกได้                                      
ก็ถอนรากพระสงฆ์ไทยสำเร็จ
เรื่องนี้จะต้องทำความเข้าใจให้ชัด เวลาพูดจะต้องจำแนกว่าเถรวาทหรือพระไตรปิฎกเถรวาทว่าอย่างนี้ 
พระไตรปิฎกมหายานว่าอย่างนี้ ถ้าไม่ทำอย่างนี้จะสับสนปนเปเกิดปัญหามากมายยุ่งกันไม่จบ และพระพุทธ
ศาสนาที่แท้ก็จะหมดไปด้วย 
ยกตัวอย่าง ดังที่กล่าวแล้วว่าในประเทศญี่ปุ่นมีพุทธศาสนามหายานหลายนิกาย และแยกนิกายย่อย
เป็นร้อย ๆ นิกาย เอาเฉพาะนิกายใหญ่ 5 นิกาย ก็สอนและปฏิบัติต่างกันมากมาย 
เวลานี้สิ่งหนึ่งที่พระมหายานของญี่ปุ่นทุกนิกายรักษาไว้ไม่ได้ ก็คือเพศพรหมจรรย์ นิกายเซนที่ว่ารักษา
ไว้ด้วยดีมานาน เดี๋ยวนี้ ตัวอาจารย์เจ้าสำนักก็มีครอบครัวกันไป 
พระญี่ปุ่นบางนิกาย อย่างนิกายชิน นอกจากมีครอบครัว แล้ว ยังทำธุรกิจ เป็นเจ้าของโรงงานอุตสาห
กรรม เป็นเจ้าของ กิจการ ทำการค้าพาณิชย์ต่าง ๆ บ้างก็เล่นการเมือง บางนิกายถึงกับตั้งพรรคการเมือง อย่าง
เช่น นิกายโซกะงักไก ที่เป็นนิกายย่อยหนึ่งของนิกายนิจิเรน ได้ตั้งพรรคการเมืองโกเมโตขึ้น
พระญี่ปุ่นบางนิกายนั้นในประวัติศาสตร์ถึงกับตั้งกองทัพของตนเอง มีอำนาจทางการเมืองและทางการ
ทหารมาก แข่งอำนาจกับทางฝ่ายบ้านเมืองนั้น หรือแข่งอำนาจกับพวกขุนนาง จนในที่สุดทางฝ่ายบ้านเมืองทน
ไม่ไหว ต้องยกทัพเข้ามาปราบ    ปราม ทำสงครามกัน
ส่วนทางพระพุทธศาสนาเถรวาทนั้น ก็อย่างที่กล่าวแล้วว่า รักษาวินัยแบบแผนคำสอนหลักการเดิมไว้
อย่างแม่นยำที่สุด    เพราะฉะนั้นสภาพสับสนและเหตุการณ์แปลกๆ อย่างนั้นจะไม่เกิดขึ้น เพราะวินัยที่พระ
รักษานั้น ป้องกันไว้อย่างรัดกุมที่สุด ไม่มีทางที่จะคลาดเคลื่อนไปได้ นอกเสียจากว่าเราจะไม่รักษาพระไตรปิฎก
บาลีนี้ไว้
ถ้าไม่รู้จักแยกอย่างที่ว่าข้างต้น ต่อไปก็อาจจะมีการกล่าว      อ้าง เช่นอาจจะมีพระภิกษุบางรูปพูดขึ้น
มาว่า เอ๊ะ! ที่ประเทศญี่ปุ่น พระไตรปิฎกฉบับนิกายนั้นไม่เห็นมีพุทธบัญญัติข้อนั้น หรือว่าบางนิกายไม่เห็นต้อง
ให้ความสำคัญมากมายแก่พระไตรปิฎก เพราะเขานับถืออาจารย์เป็นใหญ่ เขาก็เป็นพระพุทธศาสนาอยู่ได้ เขา
ไม่ได้ถือวินัยอย่างเรา วินัยข้อนั้นๆ ไม่มีในพระไตรปิฎกของญี่ปุ่น เขาถืออย่างนั้น ๆ แล้วทำไมเราจะต้องมาถือ
อย่างนี้ด้วย ก็อาจจะเป็นไปได้ว่า พระไทยต่อไปจะรักษาความเป็นพระภิกษุแบบเถรวาทไว้ไม่ได้ จะมีครอบครัว 
หรือจะทำธุรกิจอุตสาหกรรม เป็นเจ้าของโรงงาน เป็นเจ้าของกิจการค้าขาย ทำการค้าพาณิชย์ ตลอดจนกระทั่งมี
อำนาจในทางการเมือง อย่างที่เคยเป็นหรือเป็นอยู่ในประเทศญี่ปุ่นและในบางประเทศอื่น ๆ  
ในด้านหลักการทางธรรม ถ้าเอาพระไตรปิฎกฉบับอื่นๆ มาอ้างกันสับสน ต่อไปก็อาจจะมีภิกษุบางรูป
พูดว่า เอ๊ะ! ในประเทศญี่ปุ่นนั้นบางนิกายเขามีพระสูตรอื่น ๆ ที่เราไม่มี อย่างเช่น           สุขาวตีวยูหสูตร ที่เป็น
หลักสำคัญของนิกายโจโด และนิกายชิน ซึ่งเป็นนิกายที่นักบวชมีบุตรภรรยา และทำกิจการธุรกิจอุตสาหกรรมที่
กล่าวมาแล้ว 
สุขาวตีวยูหสูตรนั้นสอนว่า มีสวรรค์ทิศตะวันตก เรียกว่าแดนสุขาวดี ที่มีพระพุทธเจ้าชื่อว่า อมิตาภะ 
ประทับอยู่ ใครอยากจะเกิดในสวรรค์สุขาวดีก็ให้เอ่ยนามพระองค์ให้มากที่สุดโดยเฉพาะเวลาตาย ก็จะได้ไปอยู่
กับพระอมิตาภะ และรอเข้านิพพานที่นั่น ถ้าใครเกิดบอกว่าพระสูตรนี้ไม่มีในพระไตรปิฎกบาลีของเรา น่าจะเอา
เข้ามาด้วยอย่างนี้เป็นต้น จะว่าอย่างไร ความชัดเจนในหลักการและในคัมภีร์ของตนเองนี้จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ
อย่างยิ่ง
คัมภีร์พระไตรปิฎกบาลีของเถรวาทนั้นเป็นของที่สืบมาจากการสังคายนาครั้งแรก จึงถือว่าต้นเดิมที่สุด 
และก็ได้ชำระสะสางความเห็นแตกแยกแปลกปลอม โดยเฉพาะในการสังคายนาครั้งที่ 3 สมัยพระเจ้าอโศก
มหาราช พ.ศ. 235 นั้น เป็นที่ชัดเจนจะแจ้งอยู่แล้ว ว่าอะไรใช่ อะไรไม่ใช่คำสอนของพระพุทธศาสนาแบบเดิมแท้
ที่เรียกว่าเถรวาทนี้
จริงอยู่ในเรื่องปลีกย่อยเล็กๆ น้อยๆ อาจจะมีอะไรที่ไม่ชัดเจนได้เป็นเรื่องธรรมดา เช่นอย่างพระเทวทัต
กับพระสารีบุตร  ใครจะมีอายุมากกว่ากันอย่างนี้ อาจจะหาหลักฐานไม่ได้ หรือว่าต้นโพธิ์ชื่อว่าอานันทโพธิที่พระ
เชตวันปลูกขึ้นปีไหนในระหว่างพุทธกิจ 45 พรรษา ดังนี้เป็นต้น แต่เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่ข้อสำคัญ สิ่งที่สำคัญก็คือ
หลักการใหญ่ๆ อย่างที่กล่าวแล้ว เช่นนิพพานนั้นจะต้องชัดเจน ท่านไม่ปล่อยไว้ให้คลุมเครือ ดังที่กล่าวแล้ว
ยิ่งเป็นเรื่องที่ผู้ปฏิบัติหรือศาสนิกไม่อาจจะรู้เข้าใจได้ ถ้าพระศาสดาไม่วางหลักการไว้ให้ชัดเจน คำ
สอนของพระองค์ก็แทบจะไม่เกิดประโยชน์ เพราะผู้ปฏิบัติไม่รู้ว่าตนปฏิบัติอะไรอยู่ เป็นการปฏิบัติคำสอนของ
พระพุทธเจ้า หรือปฏิบัติคำสอนของเจ้าสำนักที่คิดขึ้นเองใหม่ หรือปฏิบัติอะไรที่เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของเขา
เอง หรือแม้แต่ปฏิบัติลัทธิอื่นนอกพระพุทธศาสนา   
จริงอยู่ พระไตรปิฎกมหายานที่แปลไปเป็นภาษาจีนเป็นต้นแล้ว อาจให้ประโยชน์ได้บ้างในแง่ที่ว่า มา
เทียบเคียงคำสอนเล็ก ๆ น้อยๆ เช่นข้อความในคาถาบางคาถา ว่ามีแปลกกันอย่างไร แต่นั่นไม่ใช่เรื่องหลักการ
ใหญ่ ส่วนตัวหลักการใหญ่นั้นท่านวางไว้และชำระสะสางกันชัดเจนไปแล้ว มีแต่พูดได้ว่าเถรวาทสอนว่าอย่างนี้  
มหายานสอนว่าอย่างนั้น หรือมหายานนิกายนี้ว่าอย่างนี้ มหายานนิกายนั้นว่าอย่างนั้น เป็นต้นเท่านั้น ไม่ใช่เรื่อง
ที่จะมาปะปนกัน