2005/Apr/18

จับประเด็นให้ชัด                                        
วางท่าทีปฏิบัติให้ตรงตามต้นเรื่อง
สิ่งที่จะพูดต่อไปนี้ ไม่ใช่เรื่องความคิดเห็น นี้เป็นข้อสำคัญที่ต้องย้ำไว้ก่อน เพราะเอกสารของวัดพระ
ธรรมกายที่เผยแพร่ออกมานั้น มีลักษณะที่ทำให้เกิดความสับสน  เช่น เอาเรื่องข้อเท็จจริงบ้าง หลักฐานบ้าง เหตุ
ผลความคิดเห็นต่างๆ บ้าง มาปะปนกันไปหมด จนทำให้คนเกิดความรู้สึกที่มองว่า แม้แต่พระไตรปิฎกก็เป็นเรื่อง
ของความคิดเห็น
จะต้องแยกให้ชัดว่า ขณะนี้กำลังพูดถึงหลักฐาน กำลังพูดถึงพระไตรปิฎก เป็นต้น หรือกำลังพูดถึง
ความคิดเห็นของบุคคล  
ข้อเขียนต่อไปนี้ หรือคำชี้แจงต่อไปนี้ จะแสดงเฉพาะหลักฐานที่มาในคัมภีร์ เริ่มด้วยพระไตรปิฎกและ
อรรถกถา ถ้ามีความคิดเห็น ก็จะบอกไว้ด้วยว่าเป็นความคิดเห็น 
มีบางท่านพูดทำนองว่า ควรจะปล่อยให้ต่างคนต่างทำไป เพราะเกรงว่าจะทำให้เกิดความแตกแยก  
เรื่องนี้จะต้องระวังรักษาท่าทีให้ถูกต้อง
ขอให้จำตระหนักต้นเรื่องเดิมไว้ให้ดี ว่าไม่ใช่เป็นเรื่องของคนที่เป็นฝักเป็นฝ่ายมาโต้เถียงทะเลาะกัน แต่
เรื่องอยู่ที่ว่า มีปัญหาเกิดขึ้นในที่แห่งหนึ่ง โดยมีบุคคลหรือกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งทำความเสียหาย หรือมีพฤติกรรมที่
น่าสงสัยว่าจะเป็นความผิดหรือเป็นภัย มีผู้พบเห็น แล้วนำมาร้องเรียนแก่เจ้าหน้าที่ และบอกกล่าวแก่มหาชน 
เจ้าหน้าที่และประชาชนทั้งหลายจึงต้องมาช่วยกันแก้ไขระงับปัญหา
โดยเฉพาะกรณีนี้ก็คือ มีกลุ่มคนที่มีพฤติการณ์อันทำให้เกิดความสงสัยกันว่ากำลังกระทำความเสีย
หายต่อพระธรรมวินัย และต่อประโยชน์สุข โดยเฉพาะผลประโยชน์ทางปัญญาของประชาชน จึงเป็นหน้าที่ของ
ชาวพุทธและประชาชนทุกคน ที่จะต้องสนใจช่วยกันปกป้องรักษาธรรมวินัยไว้ 
ข้อสำคัญอยู่ที่ว่า จะต้องระวังรักษาท่าทีที่ถูกต้องนี้ไว้ อย่าทำด้วยความรู้สึกเป็นฝักฝ่าย แต่ทำด้วย
เจตนาที่มุ่งจะดำรงพระพุทธศาสนา รักษาพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้าไว้ให้บริสุทธิ์
ในเรื่องพระธรรมวินัยนั้น การรักษาไว้ให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ที่สุด เท่าที่จะทำได้ เป็นเรื่องสำคัญที่สุด เพราะ
พระพุทธศาสนาอยู่ได้ด้วยพระธรรมวินัยนั้น 
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องใหญ่โต แม้แต่เพียงว่ามีภิกษุดื่มสุรา ชาวพุทธก็ต้องสนใจหาทางแก้ไข ไม่ใช่บอกว่า
ปล่อยท่านเถิด ใครอยากประพฤติอย่างไร ก็ต่างคนต่างประพฤติไป ถ้าไปว่ากล่าวหรือทำอะไร เดี๋ยวจะเกิดความ
แตกแยก ถ้าชาวพุทธมีท่าทีหรือทัศนคติอย่างนี้ พุทธศาสนาก็จะดำรงอยู่ไม่ได้ คงจะสูญไปในไม่ช้า
ขอให้จำตระหนักไว้ว่า ที่พระพุทธศาสนาดำรงอยู่ยืนยาว มาถึงพวกเราได้ ก็เพราะพุทธบริษัททุกยุคทุก
สมัย ถือว่าการรักษาธรรมวินัย เป็นแกนกลางของการรักษาพระพุทธศาสนา เมื่อพระพุทธเจ้าปรินิพพานใหม่ๆ 
เพียงมีภิกษุรูปหนึ่งพูดว่า พระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว ต่อไปไม่มีใครจะคอยว่ากล่าว เราจะได้ทำอะไรโดยสะดวก 
พระมหากัสสปะได้ฟังคำเพียงเท่านี้ ก็เร่งชักชวนพระอรหันต์ทั้งหลายมาประชุมกันสังคายนา รวบรวมคำสั่งสอน
ของพระพุทธเจ้าวางไว้เป็นหลักของพระศาสนา ดังปรากฏอยู่ในพระไตรปิฎกสืบมา
ความจริงนั้นเป็นหนึ่งเดียว และเมื่อเข้าถึงความจริง คนก็จะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันโดยความจริงนั้น 
ไม่มีอะไรที่จะทำให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้จริงเท่ากับความจริง 
เพื่อให้พิจารณาเรื่องราวได้ชัดเจน ขอโอกาสนำเอาเอกสารของวัดพระธรรมกายที่ได้เผยแพร่ ซึ่งอ้างถึง
ข้างต้นนั้น มาลงพิมพ์ไว้ด้วย (ดู ภาคผนวก) และขออภัยอีกครั้งหนึ่ง ที่บางครั้งจะต้องยกขึ้นมาเป็นบทตั้งในการ
พิจารณา ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความชัดเจน