2005/Apr/18

ไม่ควรยอมเสียพระศาสนา เพื่อรักษาตัวของตน
ย้อนกลับไปข้างต้น  ปัญหาเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายที่ว่า มีหลายเรื่อง หลายแง่ หลายด้าน หลาย
ประเด็นนั้น มีข้อน่าสังเกตว่า เมื่อเรื่องเกิดขึ้นแล้ว ทางวัดโดยเฉพาะเจ้าอาวาส เงียบอยู่ และได้มีผู้เรียกร้องขอให้
ท่านเจ้าอาวาสมาชี้แจง ต่อมาทางวัดมีพระที่ออกมาพูดกล่าวตอบทำนองว่า
	"เรายึดแนวพระพุทธเจ้าจะชนะด้วยความสงบนิ่ง . . . พระพุทธเจ้ามีผู้หญิงมากล่าวหาว่ามีท้องกับพระ
พุทธเจ้า บางทีมีคนจ้างคนมารุมด่าสองข้างทาง พระองค์แก้อย่างไร พระพุทธเจ้านิ่งตลอด บอกไว้เลยว่าชนะได้
ด้วยความสงบ นิ่ง แล้วความจริงก็ปรากฏในที่สุด  พระพุทธเจ้าไม่เคยแก้ข่าว อยู่ด้วยความนิ่งสงบ และสุดท้ายก็
ชนะ ความจริงจะปรากฏ เราเองก็เลยใช้วิธีการเดียวกัน" (หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน วันอาทิตย์ที่ 10 มกราคม 
2542)
การกล่าวอ้างเช่นนี้ ต้องระวังมาก เพราะจะทำให้คนเข้าใจผิดต่อพระพุทธเจ้า ความจริงพระพุทธเจ้าไม่
ได้ใช้วิธีสงบนิ่งอย่างเดียว ทรงใช้วิธีปฏิบัติให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ที่จะให้เรื่องจบสิ้นลงด้วยดี ด้วยความถูก
ต้องและชัดเจน 
พุทธศาสนิกชนที่คุ้นเคยวัด คงจะได้ยินพระสวดมนต์บทหนึ่งอยู่เสมอ เวลามีงานเจริญพระพุทธมนต์
หรือสวดพระพุทธมนต์ก่อนฉันเพลพระภิกษุสงฆ์ก็จะสวดบทสวดสำคัญบทหนึ่ง เรียก       กันว่า บทพาหุง หรือ 
พาหุง 8 บท เรียกเป็นภาษาทางการว่า  ชยมังคลัฏฐกคาถา บทสวดนี้ท่านรวบรวมขึ้นไว้เพื่อแสดงถึงวิธีที่พระ
พุทธเจ้าทรงมีชัยชนะผ่านพ้นเหตุการณ์ร้าย โดยทรงแก้ปัญหาด้วยวิธีปฏิบัติต่าง ๆ กัน ดังคำบาลีว่า
	                            "พาหุํ สหสฺสมภินิมฺมิตสาวุธนฺตํ . . . " เป็นต้น  
ในเหตุการณ์และปัญหาเหล่านี้ บางเรื่องพระพุทธเจ้าทรงแก้ด้วยวิธีเมตตา บางเรื่องทรงแก้ด้วยขันติ 
บางเรื่องทรงแก้ด้วยอิทธิปาฏิหาริย์ บางเรื่องทรงแก้ด้วยวิธีแห่งอาการสงบ บางเรื่องทรงแก้ด้วยความลึกซึ้งแห่ง
การใช้ปัญญา บางเรื่องทรงแก้ด้วยการชี้แจงแสดงความจริง หรือแสดงธรรม 
การที่มากล่าวอย่างข้างต้นว่า  "เรายึดแนวพระพุทธเจ้า จะชนะด้วยความสงบนิ่ง"  นั้นเป็นคำที่กำกวม 
อาจจะทำให้ผู้คนเกิดความเข้าใจว่า มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นพระพุทธเจ้าก็ทรงนิ่งเฉย  ซึ่งนอกจากจะทำให้คน
เข้าใจผิดต่อพระพุทธเจ้าแล้ว อาจจะเป็นการเสื่อมเสียต่อพระพุทธคุณ
สำหรับผู้ที่รู้เรื่องพุทธประวัติดี เมื่อได้ยินได้ฟังอย่างนี้  นอกจากจะตำหนิได้ว่าเป็นการก่อให้เกิดความ
เข้าใจผิดแล้ว ก็ยังจะรู้สึกได้ว่า ท่านผู้กล่าวนั้นมุ่งแต่จะรักษาตัวเอง โดยไม่คำนึงว่าการกระทำของตน จะเป็น
การก่อให้เกิดความเสียหายต่อองค์พระพุทธเจ้าและเสื่อมเสียต่อศรัทธาในพระพุทธคุณ ที่ถูกนั้น ควรยอมสละตัว
เราเพื่อรักษาพระศาสนา  ไม่ใช่ยอมให้เสียแก่พระศาสนา เพื่อรักษาตัวเรา