2005/Apr/18

กรณีธรรมกาย

โดย พระธรรมปิฎก (ป. อ. ปยุตฺโต)
สารบัญ


ต้นเรื่อง.....1
กรณีธรรมกาย ถึงขั้นจ้วงจาบพระธรรมวินัย.....1
ประพฤติวิปริตจากพระธรรมวินัย ก็ร้าย แต่ทำพระธรรมวินัยให้วิปริต ร้ายยิ่งกว่า.....4
ไม่ควรยอมเสียพระศาสนา เพื่อรักษาตัวของตน.....5
จับประเด็นให้ชัด วางท่าทีปฏิบัติให้ตรงตามต้นเรื่อง.....7
ปัญหาของวัดพระธรรมกาย ส่วนที่กระทบต่อพระธรรมวินัย.....9

รู้จักพระไตรปิฎก.....10
พระพุทธศาสนาไม่ใช่ปรัชญา.....10
พระไตรปิฎก คือที่สถิตของพระศาสดา.....11
พระไตรปิฎกสำคัญต่อพระพุทธศาสนา ยิ่งกว่าที่รัฐธรรมนูญสำคัญต่อประเทศชาติ.....13
พระไตรปิฎกบาลีที่คนไทยนับถือ คือฉบับเดิมแท้ เก่าแก่ และสมบูรณ์ที่สุด.....15
เพราะไม่รักษาคำสอนเดิมของพระพุทธเจ้าไว้ มหายานจึงต่างกันเองห่างไกล ยิ่งกว่าต่างจากเถรวาทอย่างไทย.....20
ถ้าตีรวนพระไตรปิฎกได้ ก็ถอนรากพระสงฆ์ไทยสำเร็จ.....24
เมื่อชาวพุทธยังนับถือพระไตรปิฎก ก็ยังเคารพพระพุทธเจ้า และมีพระศาสดาองค์เดียวกัน.....28
ถ้าหลักคำสอนยังมีมาตรฐานรักษา พระพุทธศาสนาก็อยู่ไปได้ถึงลูกหลาน.....31
เพราะยังมีพระไตรปิฎกเถรวาทไว้เป็นมาตรฐาน พระมหายานจึงมีโอกาสย้อนกลับ มาหาพุทธพจน์ที่แท้.....34
สิ่งควรทำที่แท้ คือ เร่งชวนกันหันมายกเอาพระไตรปิฎก ของเราขึ้นศึกษา.....38

นิพพานเป็นอนัตตา.....42
นิพพาน ไม่ใช่ปัญหาอภิปรัชญา.....42
แหล่งความรู้ที่ชัดเจนมีอยู่ ก็ไม่เอา กลับไปหาทางเดาร่วมกับพวกที่ยังสับสน.....47
พระพุทธเจ้าตรัสไว้แน่นอนเด็ดขาด ว่าลัทธิถืออัตตาไม่ใช่คำสอน ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า.....50
พระไตรปิฎกและอรรถกถาระบุว่า นิพพานเป็นอนัตตา.....53
การหาทางตีความ ให้นิพพานเป็นอัตตา60
การใช้ตรรกะที่ผิด เพื่อให้คิดว่านิพพานเป็นอัตตา.....64
การจับคำความที่ผิดมาอ้างเป็นหลักฐาน เพื่อให้นิพพานเป็นอัตตา.....66
เมื่อจำนนด้วยหลักฐาน ก็หาทางทำให้สับสน68
เมื่อหลักฐานก็ไม่มี ตีความก็ไม่ได้ ก็หันไปอ้างผลจากการปฏิบัติ.....71
เพราะไม่เห็นแก่พระธรรมวินัย จึงต้องหาทางดิ้นรนเพื่อหนีให้พ้นสัจจะ.....73
ความซื่อตรงต่อหลักพระศาสนา และมีเมตตาต่อประชาชน คือหัวใจของการรักษาระบบไตรสิกขาไว้ให้แก่ประชาสังคม.....75

ธรรมกาย เรื่องสูงที่ไม่ใหญ่.....79
ธรรมกายแบบไหน ก็มีความหมายชัดเจนของแบบนั้น.....79
ธรรมกายเดิมแท้ในพุทธกาล.....83
บำรุงเลี้ยงบริหารร่างกายไว้ รูปกายก็เจริญงอกงาม หมั่นบำเพ็ญศีลสมาธิปัญญา ธรรมกายก็เจริญขึ้นมาเติบโตได้เอง.....89
จะมองดูรูปกาย ก็อาศัยเพียงตาเนื้อ แต่ต้องมีตาปัญญา จึงจะมองเห็นธรรมกาย93
จะเอาธรรมกายของพระพุทธเจ้า หรือธรรมกายแบบไหน ก็มีเสรีภาพเลือกได้ แต่ขอให้บอกไปตามตรง97

อายตนนิพพาน คือดับอายตนะ.....99
"อัตตา" ไม่มีโดยปรมัตถ์ เป็นเรื่องที่ชัดเจนไปแล้ว.....00
"อายตนนิพพาน" ไม่มีโดยบาลีนิยม ก็ชัดเจนเช่นกัน.....103
อายตนนิพพาน ไม่มี แต่แปลให้ดีก็ได้ความหมาย นิพพานายตนะ ถึงจะใช้เป็นศัพท์ได้ แต่ไม่ให้ความหมายที่ดี.....107
ใจหมดโลภโกรธหลง สว่างโล่งสดใส เมื่อไร ก็ได้เห็นนิพพานของพระพุทธเจ้า เมื่อนั้นทันที.109
เรื่องเบ็ดเตล็ด.....112

เรื่องเบ็ดเตล็ดที่ 1
พระไตรปิฎกบาลีอักษรโรมันของสมาคมบาลีปกรณ์ ประเทศอังกฤษ เป็นฉบับสากล?.....112
สมาคมบาลีปกรณ์พิมพ์พระไตรปิฎกอักษรโรมันได้ ก็เพราะมีพระไตรปิฎกของพวกเราให้เขาคัดลอก.....112
ถึงแม้มีความเพียร แต่เพราะขาดกำลังและประสบการณ์ พระไตรปิฎกอักษรโรมัน จึงลักลั่นไม่เป็นระบบ.....115
พระไตรปิฎกบาลีฉบับสากลโดยรูปแบบ ยังไม่มี แต่โดยเนื้อหา พระไตรปิฎกบาลีเป็นสากลตลอดมา.....117
หันจากพระไตรปิฎกแปลของ Pali Text Society ชาวตะวันตกที่ศึกษาพุทธศาสนา เหออกมาสู่ทางเลือกอื่น121

เรื่องเบ็ดเตล็ดที่ 2 ทัศนะของนักวิชาการตะวันตก เกี่ยวกับเรื่องอัตตา และเรื่องนิพพาน เป็นอัตตา หรือเป็นอนัตตา.....124
นักปราชญ์ชาวตะวันตกก็น่ายกย่องอยู่ แต่ต้องรู้จักเขาให้พอดีกับที่เขาเป็นจริง.....124
ปราชญ์พุทธศาสนาตะวันตกรุ่นเก่า ยังเข้าใจสับสน ระหว่างพุทธธรรม กับความคิดเดิมในวัฒนธรรมของตน.....126
รู้ถึงตามทันว่าคนนอกเขาคิดเข้าใจไปแค่ไหน แต่ไม่ใช่รอให้เขามาวินิจฉัยหลักการของเรา.....130
พอชาวตะวันตกมาบวชเป็นพระฝรั่ง ความรู้พุทธธรรมก็เริ่มเข้าสู่ทางที่ถูกต้อง.....131
น่าอนุโมทนาที่แม้จะช้าสักหน่อย แต่ในที่สุดปราชญ์ตะวันตกก็จับหลักพุทธได้.....134
บทส่งท้าย.....139
ภาคผนวก: เอกสารของวัดพระธรรมกาย.....147 (1) (2) (3) (4)



คัดลอกจาก http://members.tripod.com/~b2b2/tmk/

2005/Apr/18

กรณีธรรมกาย

ต้นเรื่อง

กรณีธรรมกาย ถึงขั้นจ้วงจาบพระธรรมวินัย
เมื่อ  9  วันที่ผ่านมานี้ คือวันที่ 11 มกราคม 2542  ได้มีผู้สื่อข่าว จากสื่อมวลชนต่าง ๆ มาถามปัญหา
เกี่ยวกับเรื่องวัดพระธรรมกาย และมีผู้สื่อข่าวคนหนึ่งได้ถวายหนังสือ ชื่อว่า  "เจาะลึกวัดพระธรรมกาย ข้อมูลที่ไม่
เคยเปิดเผยที่ใดมาก่อน ลับสุดยอด" ต่อมาได้เปิดอ่านดูบ้างบางส่วน และในตอนที่ว่าด้วยคำถามคำตอบที่น่าสน
ใจ เมื่อพลิกดูผ่านๆ ไปจนจบ ปรากฏว่า 2 ข้อสุดท้ายเป็นคำถามเกี่ยวกับเรื่องนิพพานเป็นอัตตาหรืออนัตตา และ
เรื่องธรรมกายในข้อเกี่ยวกับนิพพานนั้นตั้งเป็นคำถามว่า   
"มีการถกเถียงกันว่า นิพพานเป็นอัตตาหรืออนัตตา ไม่ทราบจริง ๆ เป็นอย่างไร?"
และข้อสุดท้ายว่า  
"ธรรมกาย มีในพระไตรปิฎกหรือไม่?"
สองข้อนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับหลักการ หรือหลักธรรมสำคัญ ของพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะข้อที่ว่าด้วย
เรื่อง นิพพานเป็นอัตตา หรืออนัตตา เมื่ออ่านดูลักษณะการเขียนคำตอบเป็นไปในเชิงที่จะทำให้ผู้อ่านเกิดความ
เข้าใจไปว่า หลักการสำคัญของพระพุทธศาสนา  โดยเฉพาะเรื่องนิพพานนั้น ไม่ชัดเจน ไม่แน่นอน ยังหาข้อสรุป
ไม่ได้ เป็นเรื่องของความคิดเห็น การเขียนเช่นนี้ถือได้ว่าถึงขั้นที่จ้วงจาบต่อพระธรรมวินัย เป็นเรื่องสำคัญมาก 
และเป็นเอกสารซึ่งจะคงอยู่ยาวนาน อาจก่อผลกว้างไกล จึงสมควรรีบชี้แจงไว้เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูก
ต้อง
ต่อมาอีก  2-3  วัน ก็มีพระนำเอาหนังสือพิมพ์มติชนรายวันฉบับวันพุธ  ที่  13  มกราคม  2542  มาให้ดู  
โดยเฉพาะหน้า 12 "สุขสรรค์" มีบทความเรื่อง "สายตรงจากธรรมกาย นิพพานเป็นอัตตาหรืออนัตตา"  โดย พระ
สมชาย ฐานวุฑฺโฒ  บทความนี้เมื่ออ่านแล้วจะยิ่งสร้างความสับสนต่อหลักการสำคัญของพระพุทธศาสนาที่
กล่าวมานั้นยิ่งขึ้น 
อีก 2-3 วันต่อมาก็มีรายงานข่าวของหนังสือพิมพ์ มติชนรายวัน ฉบับวันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม 2542 
กล่าวถึงอดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ซึ่งเข้ามาเกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาวัดพระธรรมกาย ได้กล่าวถึง
ปัญหาบางอย่างที่จะต้องแก้ไข ตอนหนึ่งได้กล่าวว่า  "เรื่องนิพพานเป็นความคิดที่หลากหลาย" การที่ท่านกล่าว
อย่างนี้ จะเป็นผลจากการเผยแพร่เอกสารของวัดพระธรรมกาย หรือไม่ก็ตาม  แต่เป็นเรื่องที่ต้องเอาใจใส่อย่างยิ่ง 
ที่พูดนี้มิใช่จะว่ากล่าวข้าราชการผู้นั้น เพราะท่านไม่ได้ทำความผิดอะไร แต่คำพูดนั้นเท่ากับเป็นสัญญาณเตือน
ภัยว่า อันตรายที่ร้ายแรงกำลังเกิดขึ้นกับพระพุทธศาสนา เพราะความสับสนหรือเข้าใจผิดต่อหลักการสำคัญของ
พระพุทธศาสนากำลังแผ่ขยายออกไปในหมู่ประชาชน ซึ่งจะนำไปสู่ความสั่นคลอนของพระพุทธศาสนาถึงขั้น
รากฐานเลยทีเดียว  
ที่จริงนั้น หลักการสำคัญของพระพุทธศาสนามีความชัดเจน แน่นอน และไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องของความ
คิดเห็น แต่เป็นเรื่องของหลักฐานที่ชาวพุทธถือกันว่ามาจากพระพุทธเจ้าโดยตรง คือมาในพระไตรปิฎก และมี
คัมภีร์อรรถกถาเป็นต้น อธิบายประกอบ ซึ่งชาวพุทธทุกยุคสมัย ถือว่าเป็นเนื้อเป็นตัวของพระศาสนา เป็นหลัก
สำคัญที่สุด และได้เพียรพยายามอย่างยิ่งที่จะรักษาไว้ให้  แม่นยำ ด้วยการทรงจำ ศึกษาเล่าเรียน และมีการ
สังคายนาเป็นงานใหญ่หลายยุคสมัยตลอดมา
เมื่อมีเหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้นแก่พระศาสนา ชาวพุทธก็ควรตื่นตัวขึ้นมา ช่วยกันขจัดภัยและปกป้องรักษา
พระศาสนาไว้ อย่างน้อยก็ใช้เป็นโอกาสที่จะได้ศึกษา สร้างเสริม หรือแม้แต่ชำระ     สะสางความรู้้ความเข้าใจใน
พระศาสนาที่ตนนับถือ ทำความเห็นให้ถูกต้อง ให้ได้ชื่อว่าสามารถถือเอาประโยชน์จากสถานการณ์ที่ผ่านเข้ามา 
และผ่านพ้นปัญหาไปอย่างได้ปัญญา 
ในการชี้แจงต่อไปนี้ จำเป็นต้องพูดพาดพิง ถ้าข้อความที่กล่าวจะเป็นเหตุให้ท่านผู้เกี่ยวข้องไม่สบายใจ 
ก็ขออภัยไว้ก่อน แต่ขอให้ตั้งใจร่วมกันว่า เราจะทำการนี้เพื่อดำรงรักษาพระพุทธศาสนาให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ที่สุด
เท่าที่จะทำได้ เพื่อให้พระพุทธศาสนาที่บรรพบุรุษได้รักษาสืบต่อตกทอดกันมาจนถึงเรา โดยอาศัยกำลังความ
เพียรพยายาม เรี่ยวแรง ความอุตสาหะและศรัทธาเป็นอย่างยิ่ง มิให้สูญเสียไป และเพื่อให้ประชาชนทั้งในบัดนี้
และเบื้องหน้า ยังสามารถได้รับประโยชน์ที่แท้จริงจากพระพุทธศาสนา คือ มุ่งเพื่อรักษาพระธรรมวินัยและ
ประโยชน์สุขของประชาชน 

2005/Apr/18

ประพฤติวิปริตจากพระธรรมวินัย ก็ร้าย          
 แต่ทำพระธรรมวินัยให้วิปริต ร้ายยิ่งกว่า
ปัญหาเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายที่กำลังได้รับการวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่นี้มีหลายเรื่อง แยกได้หลายแง่
หลายประเด็น เช่นเรื่องความประพฤติส่วนตัวของพระ เรื่องการดำเนินงานขององค์กร คือวัดและมูลนิธิ เกี่ยวกับ
การครอบครองกรรมสิทธิ์ในที่ดิน เป็นต้น ตลอดจนการดำเนินธุรกิจต่างๆ การแสวงหาเงินทอง โดยวิธีซึ่งเป็นที่
สงสัยว่าจะไม่ถูกต้อง ในแง่กฎหมายบ้าง ในแง่พระวินัยบ้าง โดยเฉพาะการยกอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ขึ้นมาเผยแพร่
ในลักษณะที่เป็นการชักจูงให้คนบริจาคเงิน การใช้วิธีกึ่งเกณฑ์ให้เด็กนักเรียน นักศึกษา ตลอดจนข้าราชการ 
เป็นต้น จำนวนมากๆ มาร่วมกิจกรรม โดยมีเป้าหมายที่น่าสงสัยว่าจะมุ่งไปที่การให้บริจาคเงินหรือไม่ ตลอดจน
ในที่สุดก็คือ ปัญหาที่เกี่ยวกับพระธรรมวินัยโดยตรง โดยเฉพาะการแสดงหลักการของพระพุทธศาสนาเรื่อง
นิพพานเป็นอัตตา และเรื่องธรรมกาย
ปัญหาทั้งหมดนั้น ล้วนมีความสำคัญ และจะต้องแก้ไขด้วยวิธีที่เหมาะสมให้ถูกต้องแต่ละอย่าง แต่เมื่อ
พิจารณาในแง่ของการดำรงรักษาพระศาสนา ปัญหาที่สำคัญที่สุดก็คือ ปัญหาเกี่ยวกับพระธรรมวินัย ซึ่งกระทบ
ถึงหลักการของพระพุทธศาสนา พูดให้เข้าใจง่ายว่า การทำพระธรรมวินัยให้วิปริต ซึ่งร้ายแรงยิ่งกว่าการประพฤติ
วิปริตจากพระธรรมวินัย
ยกตัวอย่างด้านพระวินัย ถ้าพระภิกษุประพฤติผิดพระวินัย ต้องอาบัติปาราชิก เรียกว่าประพฤติวิปริต
จากพระธรรมวินัย ก็ต้องแก้ไขโดยดำเนินการลงโทษไปเป็นการส่วนเฉพาะบุคคล  
แต่ถ้ามีพระภิกษุยึดถือประกาศขึ้นมาหรือเผยแพร่ว่า การต้องอาบัติปาราชิกไม่ผิดพระวินัย ก็เป็น
ปัญหาถึงขั้นทำพระธรรมวินัยให้วิปริต ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ถึงกับทำให้เกิดมีการสังคายนา 
ยกตัวอย่างด้านธรรม  ถ้าพระภิกษุเห็นว่านิพพานเป็นอัตตา หรือไม่ยอมรับว่านิพพานเป็นอนัตตา เรียก
ว่าเป็นการเห็นผิดจากพระธรรมวินัย ก็ต้องแก้ไขด้วยการให้ศึกษาหรือทำความเข้าใจกันให้ถูกต้องเป็นส่วน
เฉพาะตัวของภิกษุนั้น
แต่ถ้ามีพระภิกษุยึดถือประกาศขึ้นมาหรือเผยแพร่ว่า พระพุทธเจ้าสอน หรือพระไตรปิฎกแสดงหลักการ
ว่านิพพานเป็นอัตตา หรือบอกว่าพระไตรปิฎกที่แสดงหลักการว่านิพพานเป็นอนัตตาเป็นหลักฐานที่เชื่อถือไม่ได้ 
ก็เป็นปัญหาถึงขั้นทำพระธรรมวินัยให้วิปริต ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ถึงกับทำให้ต้องมีการสังคายนา